• เครื่องวัดคุณภาพอากาศ
    Health

    การใช้ชีวิต ให้ผ่านพ้น PM 2.5 ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง

    ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ผู้ป่วยโรคปอด โรคหัวใจ โรคเรื้อรังอื่นๆ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้ ควรพักอาศัยอยู่ภายในอาคารบ้านเรือน เลี่ยงการเปิดประตูหรือหน้าต่าง ทำความสะอาดอาคารโดยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด หลีกเลี่ยงการใช้ไม้กวาด เนื่องจากทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย การใช้อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ หรือหน้ากากที่กรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ตามมาตรฐาน N95 ซึ่งเป็นหน้ากากที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กมาก หน้ากากควรมีสายรัดสองสาย มีส่วนกดที่เป็นโลหะเพื่อกระชับแน่นกับสันจมูก ซึ่งผ้าเช็ดหน้า ผ้าปิดปากและจมูกที่ใช้ทั่วไป ไม่สามารถป้องกันละอองฝุ่นขนาดเล็กได้ ลดกิจกรรมที่ต้องออกแรง เนื่องจากการออกกำลังกายอาจเพิ่มอัตราการหายใจมากขึ้นกว่าปกติ 10-20 เท่า ซึ่งจะนำมลพิษเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้มากขึ้น ลดแหล่งมลพิษอื่นภายในบ้าน เช่น การสูบบุหรี่ การใช้เตาถ่าน การใช้สเปรย์ฉีดพ่นบ้าน การทำอาหาร การจุดเทียน การใช้เครื่องกรองอากาศและแผ่นกรองอากาศ ที่มีประสิทธิภาพระดับปานกลางถึงสูง เพื่อช่วยลดปริมาณอนุภาคจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องผลิตโอโซน หรือเครื่องเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่มีขายตามท้องตลาด ซึ่งมักจะโฆษณาชวนเชื่อว่าสามารถกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียในอากาศได้ แต่ความเป็นจริงมีโทษมากกว่าประโยชน์ เนื่องจากระดับโอโซนมักส่งผลกระทบทางสุขภาพต่อมนุษย์ ผู้ที่ใช้รถยนต์ ควรปิดหน้าต่างและช่องอากาศภายในรถยนต์ ปรับให้เป็นระบบที่ใช้อากาศหมุนเวียนภายใน ทั้งนี้ สำหรับรถยนต์บางรุ่นที่ปรับเป็นระบบที่ใช้อากาศหมุนเวียนภายใน อาจพบระดับคาร์บอนไดออกไซด์สะสมและมีระดับสูงขึ้น (มากกว่า 5,000 ppm) จึงแนะนำให้ผู้ที่ใช้รถยนต์เดินทางไกลเปิดหน้าต่างเป็นระยะเพื่อลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมอยู่ภายในรถ ซึ่งฝุ่น PM 2.5 นี้ สามารถวัดได้โดยการใช้ เครื่องวัดคุณภาพอากาศ เพราะ เครื่องวัดคุณภาพอากาศ จะสามารถวัดค่าอนุภาคขนาดเล็กมากๆ อย่าง PM 2.5 ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเครื่องวัดขนาดอนุภาคจะช่วยให้คุณสามารถทราบถึงค่าฝุ่นในที่ต่างๆ ได้ และสามารถพาตัวเองออกมาจากสถานที่เหล่านั้นได้อีกด้วย

    Comments Off on การใช้ชีวิต ให้ผ่านพ้น PM 2.5 ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
  • มลพิษในบ้าน
    Health

    จุดที่เป็นแหล่งซ่อนมลพิษในบ้าน ที่คุณอาจไม่รู้ตัว

    บ้านที่เราคิดว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด รู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่อาศัย และมนุษย์ทุกคนก็ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบ้านมากกว่าที่อื่น แต่รู้หรือไม่ว่าในบ้านของเรานั้น ก็สามารถเป็นแหล่งสะสมมลพษที่อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายและคนในครอบครัวได้เช่นกัน หากว่ารู้มาก่อนและไม่ได้กำจัดมันออกไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีทุกบ้านเสียด้วย จุดไหนบ้างที่เป็นแหล่งสะสมมลพิษ 1.ห้องครัว เป็นห้องที่ใช้ในการประกอบอาหารให้คนในบ้าน และมักจะมีการเผาไหมอยู่บ่อยๆ ซึ่งสิ่งของบางอย่างที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ ควันเหล่านั้นก็อาจจะไม่เกาะอยู่ตามห้องต่างๆ กลายเป็นเหมือนกับมลพิษอย่างหนึ่งงด้วย โดยเฉพาะถ้าหากมีพลาสติกติดอยู่ด้วย ควันเหล่านั้นก็จะมีอนุภาคที่เล็กลง ทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายของเราได้มากกว่าฝุ่นทั่วไป ซึ่งต้องใช้ เครื่องฟอก อากาศเท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดฝุ่นเหล่านี้ได้ 2.พรมปูพื้น พรมเป็นอีกจุดหนึ่งที่เป็นเหมือนแหล่งสะสมของเชื้อโรค เพราะเท้าของเราในแต่ละวันเหยียบอะไรมามากมาย บางครั้งก็เปียกน้ำด้วย ทำให้พรมที่ปูพื้นมีเชื้อโรคอยู่หลายอย่าง ทั้งตัวไรฝุ่น แบคทีเรีย และเชื้อรา ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย ดังนั้นพรมปูพื้นต้องมีการทำความสะอาดบ่อยๆ 3.เครื่องประดับและเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ชุดเฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับในบ้าน เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ฝุ่นมักจะเข้าไปสะสม และคนส่วนใหญ่ก็มักจะละเลยเวลาทำความสะอาดด้วย ทำให้ฝุ่นสสะสมอยู่บริเวณนี่เยอะ ถ้าหากไม่มี เครื่องฟอก อากาศ ที่ใช้ในการกำจัดฝุ่น เวลาที่เราสูดอากาศเข้าไป ก็จะทำให้ฝุ่นที่เกาะอยู่เข้าสู่ร่างกายได้ 4.เสื้อผ้าเก่าๆ เสื้อผ้าเก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว ก็เป็นอีกจุดหนึ่งงที่เสี่ยงต่อการสะสมของเชื้อโรคได้เช่นกัน โดยเฉพาะพวกตัวไรฝุ่น ที่มักจะไปอาศัยอยู่ตามใยผ้า ถ้าหากเราปับหรือไปสลัด พวกฝุ่นเหล่านั้นก็จะกระจายทั่วห้อง ซึ่งทำให้เกิดเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่าย ดังนั้นหากมีเสื้อผ้าเก่าๆ หรือเสื้อผ้าที่เปียกชื้อ ควรเก็บออกจากห้องนอนทันที 5.เครื่องปริ้นต์เตอร์ บ้านของหลายๆ คนอาจจะมีเครื่องปริ้นต์เตอร์เอาไว้ใช้ในการถ่ายงาน ซึ่งเครื่องปริ้นต์เตอร์พวกนี้ก็มีส่วนที่ทำให้เกิดมลพิษเช่นกัน โดยเฉพาะพวกหมึกเครื่องปริ้นต์ ถ้าในห้องนั้นไม่ได้มี เครื่องฟอก อากาศติดตั้งงเอาไว้ พวกฝุ่นที่เกิดจากสารเคมีจากหมึก ก็จะเข้าสู่ร่างกายของเราโดยตรงได้ทันที 6.เครื่องสำอาง โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีเครื่องสำอางติดบ้าอยู่หลายอย่าง ก็เป็นเหมือนกับที่สะสมของสารพิษได้เช่นกัน เพราะส่วนใหญ่เครื่องสำอางล้วนมีส่วนผสมที่มาจากสารเคมีทั้งนั้น เมื่อเข้าสู่ร่างกายของเราก็ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษในร่างกายได้ ถ้าหากร่างกายได้รับทุกวัน สามารถที่จะทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายได้ เห็นไหมว่าในบ้านมีอะไรหลายอย่างที่เราคิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถเป็นอันตรายกับร่างกายเราได้ ดังนั้นคุณควรจัดการทำความสะอาดบริเวณดังกล่าวอยู่บ่อยๆ และควรหาเครื่องฟอก อากาศเอามาติดตั้งไว้ด้วย จะช่วยให้คุณมั่นใจยิ่งขึ้นว่ามลพิษต่างๆ ที่อยู่ในบ้าน จะไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้

    Comments Off on จุดที่เป็นแหล่งซ่อนมลพิษในบ้าน ที่คุณอาจไม่รู้ตัว
  • หางาน marketing executive
    Society

    งาน marketing executive มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง

    สำหรับผู้ที่มีความสนใจด้านการตลาดและกำลังมองหางานด้านนี้ทำ การหางาน marketing executive เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่รักในการคิดค้นการตลาดรูปแบบใหม่ๆ และชอบที่จะทำการวิจัยทางการตลาด งานตำแหน่งนี้จึงเหมาะกับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก           หากคุณอยาก หางาน marketing executive คุณจำเป็นที่จะต้องรู้ข้อมูลต่างๆของงานก่อน เพื่อใช้พิจารณาความเหมาะสมและรูปแบบการทำงานว่าตรงกับความต้องการของคุณหรือไม่ เราจึงจะมาดูกันว่างานในตำแหน่งนี้มีขอบเขตการทำงานแค่ไหนและมีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง           ขอบเขตการทำงานในตำแหน่ง marketing executive มีดังนี้ วางแผนและทำวิจัยการตลาด มีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าต่างๆ ประชาสัมพันธ์สินค้า จัดหาสปอนเซอร์และจัดงานEvent โฆษณาสินค้าและกระจายสินค้า หน้าที่ของการทำงานในตำแหน่ง marketing executive มีดังนี้ โฆษณาสินค้า สร้างสื่อที่มีความน่าสนใจ สื่อสารกับลูกค้า เพื่อทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าและแบรนด์ จัดงานต่างๆ และประสานงานกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดงาน ดูแลโซเชียลมีเดียของบริษัทเพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงของกลุ่มลูกค้า อัพเดทข้อมูลลูกค้าให้เป็นปัจจุบันและพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้กับบริษัท ตรวจสอบและรายงานความเคลื่อนไหวและสถานการณ์ต่างๆของบริษัทคู่แข่ง จัดหาสปอนเซอร์และแหล่งโฆษณา นี่เป็นขอบเขตและหน้าที่ของ marketing executive ที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหางาน marketing executiveทำอยู่ในขณะนี้อาจจะมีความสงสัยว่าเงินเดือนงานนี้เป็นอย่างไร สำหรับเงินเดือนแล้ว หากคุณได้เป็นmarketing executive ของสินค้าแบรนด์ดังๆเงินเดือนที่คุณได้อาจจะอยู่ที่ 80,000-100,000 บาทหรือมากกว่านั้น นี่จึงเป็นอาชีพที่เงินเดือนสูงเป็นอันดับต้นๆในประเทศไทยงาน และเราจะมาดูว่าตำแหน่งนี้ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างในการทำงาน คุณวุฒิ    – โดยปกติแล้วผู้ที่จะทำงานในตำแหน่งนี้จะต้องจบปริญญาตรีในสาขาใดสาขาหนึ่งดังต่อไปนี้การโฆษณา บริหารธุรกิจ การสื่อสาร ไอที การตลาด หรือจิตวิยา ทักษะ     – การสื่อสาร สำหรับผู้ที่หางาน marketing executive ควรมีทักษะการสื่อสารที่ดีทั้งทางวัจนภาษาและอวัจนภาษา เพราะงานในตำแหน่งนี้ต้องรู้จักการเข้าสังคม มีความจำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกับลูกค้าอยู่เสมอ ทั้งการหาสปอนเซอร์ การโฆษณา การพรีเซนต์สินค้า หรือตามงานอีเว้นท์ต่างๆ – มีทัศนคติที่ดี มีความคิดเชิงบวก และมีความคิดสร้างสรรค์ เพราะงานตำแหน่งนี้ต้องคอยคิดรูปแบบการโฆษณาแบบใหม่ๆไม่ให้ซ้ำกับตนเองและคู่แข่ง จึงต้องมีความคิดที่สร้างสรรค์และไม่ท้อถอยหากงานที่ทำมีอุปสรรคเกิดขึ้น การมีความคิดเชิงบวกจึงช่วยให้งานที่ทำออกมาประสบผลสำเร็จ – มีทักษะในการวางแผน เพราะรูปแบบงานต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆและวางแผนรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น           ผู้ที่หางาน marketing executive ควรมีทักษะเหล่านี้ติดตัว ทักษะที่กล่าวมาสามารถพัฒนาให้เก่งขึ้นได้ เพื่อให้คุณเป็นคนที่สามารถทำงานนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    Comments Off on งาน marketing executive มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง
  • ดูแลผู้ป่วย
    Health

    สิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้ในการ ดูแลผู้ป่วย

    ผู้ป่วย หมายถึง ผู้ที่เข้ารับการรักษาหรือผู้รับบริการด้วยการพยาบาล โดยมีการจำแนกประเภทของผู้ป่วยไว้ 2 ประเภท คือ ผู้ป่วยใน หมายถึงผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล อย่างน้อย 6 – 8ชั่วโมง หรือผู้ที่ต้องเสียค่าห้องและอาหารประจําวันในการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและสถานพยาบาล ผู้ป่วยนอก หมายถึง ผู้ที่รับการบริการหรือเวชภัณฑ์อันเนื่องมาจากการรักษาพยาบาลในแผนกผู้ป่วยนอกหรือในห้องรักษาฉุกเฉินของโรงพยาบาลและสถานพยาบาล หรือผู้ที่รับการศัลยกรรมผ่าตัดเล็ก (minorsurgery) โดยไม่เป็นผู้ป่วยในตามนิยามผู้ป่วยใน และผู้ป่วยทั้ง 2 ประเภท ยังคงจำแนกได้อีกว่า เป็นผู้ป่วยรายที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้             ในกรณีผู้ป่วยใน ที่ได้รับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล อีกทั้งยังเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จะต้องได้รับการดูแลจากคนใกล้ชิด คนในครอบครัว หรือแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลนั้นๆ ผู้ป่วยประเภทนี้จะต้องมีการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยนั้น ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการขับถ่าย การรับประทานอาหาร โดยปัจจัยที่เสียงที่ควรเฝ้าระวังและผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีดังนี้ เสี่ยงเกิดแผลกดทับ การที่ผู้ป่วยนอนนานๆ บริเวณที่เป็นปุ่มกระดูกต่างๆ เหล่านี้จะขาดเลือดมาเลี้ยงที่ผิวหนัง จึงทำให้เซลล์บางตัวตายจนเป็นแผลไปเรื่อยๆ สามารถเกิดขึ้นได้หลายจุด เช่น ท้ายทอย สะบัก ศอก สะโพก กระดูกก้นกบ ส้นเท้า เป็นต้น ในระยะแรกอาจเกิดอาการลอกแค่ที่ผิว แต่พอนานวันเข้าก็อาจจะลอกไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ หรืออาจจะถึงชั้นกระดูก และเมื่อร่างกายปราศจากผิวหนังซึ่งทำหน้าที่ปกคลุมเเล้ว โอกาสเกิดการติดเชื้อจึงมีมากขึ้น และอาจรุนแรงถึงชีวิตได้ ภาวะกลืนลำบาก ความผิดของช่องปาก เป็นสาเหตุของภาวะกลืนลำบาก มีความเสี่ยงต่อการสำลักในขณะรับประทานอาหาร อาจทำให้ปอดเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ เพราะเศษอาหารหลุดเข้าไปที่หลอดลม และที่แย่ไปกว่านั้น คือเศษอาหารชิ้นใหญ่อาจเข้าไปอุดหลอดลมได้ ดังนั้น ผู้ดูแลควรปรับเตียง 45-90 องศา จับลุก นั่งบนเตียง โดยใช้หมอนช่วยดันหลังให้ทรงตัว นอกจากนี้ ควรปรับอาหารให้เหมาะสม ความสะอาด เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากที่ผู้ดูแลไม่ควรจะละเลย เนื่องจากความสะอาดเหล่านี้ จะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยในหลายๆ ด้าน เช่นสภาพทางด้านร่างกาย หากร่างกายไม่สะอาด จะส่งผลให้อาการเจ็บป่วยนั้นหนักกว่าเดิม ภาวะสุขภาพจิต ปัญหาด้านสภาพจิตใจก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ดูแลจำเป็นต้องเอาใจใส่ เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีภาวะของโรคแตกต่างกัน แต่สิ่งที่คล้ายกัน คือความเบื่อหน่าย และความทุกข์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้ดูแลสามารถหากิจกรรมต่างๆ มาทำร่วมกับผู้ป่วย เพื่อผ่อนคลาย และลดความเศร้าลง ทำให้มีสุขภาพจิตที่ดีได้ หรือผู้ดูแลควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม และความปลอดภัย

    Comments Off on สิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้ในการ ดูแลผู้ป่วย
  • ชุดออกกำลังกาย
    Health

    ชุดออกกำลังกายจำเป็นมากน้อยแค่ไหน

                การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ทุกควรทำเป็นประจำ เพราะหากไม่ออกกำลังกายแล้ว ร่างกายจะอ่อนแอ เจ็บป่วยได้ง่าย มีการสะสมของไขมันส่วนเกิน ทำให้อ้วนและนำมาซึ่งโรคร้ายแรงอีกมากมาย แต่หากทำการออกกำลังกายเป็นประจำแล้ว ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันโรคที่ดี ไม่ป่วย มีผิวพรรณดี รูปร่างดีสมส่วน ใส่เสื้อผ้าแบบใดก็สวยเป็นที่น่ามองของคนทั่วไป แต่ว่าหลายคนเมื่อไปออกกำลังกายจะมีความกังวลใจว่าควรที่จะซื้อชุดออกกำลังกายหรือไม่ ซึ่งวันนี้เรามีคำตอบมามาบอกกัน             ชุดออกกำลังกายคือชุดที่ได้รับการออกแบบมาใช้ในกิจกรรมออกกำลังกายแต่ละแบบ เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกในขณะที่ออกกำลังกาย ลดความเสี่ยงของการเกิดเคลื่อนที่ผิดจังหวะในขณะที่ทำการออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายแต่ละแบบจะมีชุดที่เหมาะสมในการใช้งานที่ต่างกันออกไป เพราะว่ากีฬาหรือการออกกำลังกายแต่ละแบบจะมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ต่างกัน ดังนั้นการแต่งตัวสำหรับการออกำลังกายจึงมีลักษณะที่ต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกชุดที่จะนำมาใส่สำหรับออกกำลังกายนับว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอยู่ไม่น้อย แต่ชุดที่นำมาใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นชุดที่มีราคาสูงเท่านั้นจึงจะช่วยให้ดูแลอวัยวะในขณะที่ออกกำลังกายได้ เพราะชุดราคาถูกบางยี่ห้อก็สามารถนำมาใช้การออกกำลังกายขั้นพื้นฐานได้ เช่น การวิ่ง การเดิน เป็นต้น ซึ่งชุดที่ทำการใส่ไม่จำเป็นต้องมีการความยืดหยุ่นสูงเหมือนการเล่นโยคะ แต่ต้องให้ความสำคัญกับรองเท้าที่นำมาใส่มากกว่า เพราะว่าส่วนที่ใช้งานในการเดินและวิ่งจะเป็นส่วนของข้อเท้า ฝ่าเท้า ดังนั้นรองเท้าสำหรับการเดินและวิ่งจึงมีความสำคัญมากว่า แต่หากออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะ การเล่นแอโรบิคที่ต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งตัว และต้องมีความยืดหยุ่นแล้ว ชุดที่ใช้ใส่ในขณะออกกำลังกายจะต้องมีความยืดหยุ่น เพื่อรองรับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อในขณะที่ออกกำลังกาย ช่วยลดความเสี่ยงอาการกล้ามเนื้ออักเสบที่เกิดจากการออกกำลังกาย             จะเห็นว่าชุดที่ใช้ในการออกกำลังกายมีความสำคัญหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของการออกกำลังกายที่ท่านเลือก ดังนั้นหากท่านมีงบประมาณน้อยก็ควรเลือกออกกำลังกายในแบบที่ไม่จำเป็นต้องใช้ชุดในการออกกำลังกาย แต่หากท่านมีงบประมาณมากขึ้นก็สามารถเลือกชุดที่เหมาะกับการออกกำลังกายมาใช้ได้ เพื่อให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพที่เต็มที่ทุกครั้ง

    Comments Off on ชุดออกกำลังกายจำเป็นมากน้อยแค่ไหน
  • การดูแลตัวเองในช่วงหน้าหนาว
    Health

    การดูแลตัวเองในช่วงหน้าหนาวป้องกันโรคร้าย

                หน้าหนาวเป็นหน้าที่หลายคนชื่นชอบ เพราะอากาศที่เย็นสบายทำให้สามารถแต่งตัวได้สวยงามมากขึ้น เดินทางไปไหนมาไหนก็ไม่ร้อน ถึงแม้ว่าอากาศในหน้าหนาวจะเย็นสบาย แต่อากาศแบบนี้ก็เป็นที่มาของโรคที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอยู่ไม่น้อย เพราว่าอากาศหนาวเย็นในช่วงนี้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เช่น โรคไข้เลือดออก โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ  เป็นต้น โดยเฉพาะโรคปอดอักเสบที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากที่ป่วยเป็นไขหวัด ซึ่งโรคนี้มีอันตรายต่อร่างกายอย่างยิ่ง ดังนั้นเพื่อป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคร้ายเหล่านี้มีวิธีการดังนี้ 1.สวมใส่เสื้อผ้าให้อุ่น             หน้าหนาวถึงแม้ว่าอากาศบ้านเราจะไม่ได้เย็นจัดเหมือนต่างประเทศที่มีหิมะตก แต่ว่าอากาศก็ถือว่าเย็นกว่าปกติ ซึ่งความเย็นนี้จะมีความชื้นที่ทำให้เซลล์ที่อยู่ในร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นในช่วงหน้าหนาวควรที่จะสวมเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นกับร่างกาย อย่าปล่อยให้ร่างกายอยู่ในอากาศเย็นนานเกินไป 2.ดื่มน้ำมาก             ช่วงหน้าหนาวควรทำการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะหน้าหนาวผิวหนังจะแห้งง่าย เนื่องจากร่างกายสูญเสียความชื้นให้กับอากาศ อุณหภูมิในร่างกายจึงลดลงอย่างรวดเร็ว จึงควรดื่มน้ำเข้าไปในร่างกายตลอดทั้งวัน โดยน้ำที่ดื่มควรเป็นอุ่นเพื่อให้ร่างกายมีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการทำงานของระบบเผาพลาญของร่างกาย 3.กินอาหารให้ครบ 5 หมู่             อาหารเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ในการดูแลตัวเองจะต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นการกิน ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และลดอาหารส่วนที่เป็นไขมัน น้ำตาล แป้งและคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง 4.นอนให้เพียงพอ             การนอนพักผ่อนจะทำให้ร่างกายมีการสร้างภูมิต้านทานที่ดีขึ้น ดังนั้นควรทำการพักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยสังเกตได้จากความสดชื่นหลังจากตื่นนอน หากมีความรู้สึกอ่อนเพลียไม่อยากที่จะตื่นลุกขึ้นมาทำกิจกรรม แสดงยังนอนไม่มีประสิทธิภาพ แต่หากตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่นแล้ว แสดงว่าการพักผ่อนที่เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องระบุว่านอนจำนวนชั่วโมงในการนอน 5.ออกกำลัง             การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นประจำ เพราะว่าการออกกำลังกายที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพเต็มที่ ทั้งด้านการเสริมสร้างภูมิต้านทาน การขจัดของเสีย การสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ดังนั้นควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์             การดูแลตัวเองเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความใส่ใจและมีวินัย เมื่อทำตามคำแนะนำข้างต้นนี้รับรองว่าหนาวนี้คุณจะมีสุขภาพดีห่างไหลจากโรคร้าย

    Comments Off on การดูแลตัวเองในช่วงหน้าหนาวป้องกันโรคร้าย
  • Exercise
    Health

    ออกกำลังกายที่ฟิตเนสหรือออกกำลังกายเองดีกว่ากัน

                ปัจจุบันนี้คนทุกช่วงวัยต่างให้ความสำคัญในการออกกำลังกายกันมากขึ้น เพราะว่าโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนส่วนมากไม่ใช่การตายตามอายุขัย แต่เป็นโรคที่เกิดจากการสะสมของไขมันส่วนเกินบนร่างกาย ดังนั้นหากมีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแล้วจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากการเจ็บป่วย ด้วยเหตุนี้จึงมีการเปิดสถานให้บริการออกกำลังกายหรือฟิตเนสเกิดขึ้นเป็นจำนวนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย จึงมีข้อสงสัยเกิดขึ้นว่าการออกกำลังกายที่ฟิตเนสกับการออกกำลังกายเองที่บ้านหรือตามสถานที่ด้านนอกที่ไหนดีกว่ากัน             ทุกคนที่เข้ามาออกกำลังกายย่อมมีจุดประสงค์ที่ต้องการให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยมากที่สุด ส่วนเหตุผลรองลงมาก็คือต้องการมีรูปร่างที่ดี สมส่วนและสวยงาม แน่นอนว่าการออกกำลังแต่ละแบบจะมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันไป ซึ่งการที่จะออกกำลังกายในฟิตเนสหรือสนามด้านนอกล้วนเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายได้ทั้งสิ้น แต่การที่จะบอกว่าออกกำลังกายที่ไหนดีกว่ากันนั้น ไม่สามารถตัดสินได้ เพราะว่าหากทำการถามคนสิบคนเราก็จะได้ตำตอบที่ต่างกันออกไป ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบและความจำเป็นของผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย             การออกกำลังในฟิตเนสนั้นมีความสะดวกสบายด้านอุปกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาด้านการออกกำลังกาย การเดินทางและสถานที่ในการออกกำลังกาย เพราะว่าฟิตเนสที่เปิดให้บริการจะอยู่ในที่ชุมชน เดินทางไปสะดวก มีเวลาในการใช้งานที่เหมาะกับคนที่ต้องทำงานประจำ แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเข้าไปใช่บริการด้วยเช่นกัน             สำหรับการออกกำลังกายตามสถานที่ด้านนอก เช่น สวนสาธารณ สนามกีฬาที่เปิดให้บริการกับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายนั้น ก็มีบรรยากาศที่ต่างจากออกกำลังกายในฟิตเนสอย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าไปใช้บริการ แต่ก็มีขีดจำกัดด้านเวลา เพราะมีเวลาเปิดปิดที่เร็ว บางคนอาจอยู่ห่างต้องเสียเวลาเดินทางที่ค่อนข้างนานกว่าจะได้ออกกำลังกาย และรูปแบบการออกกำลังกายจะต้องศึกษาด้วยตนเองไม่มีผู้แนะนำ ซึ่งเหมาะกับการออกกำลังกายแบบพื้นฐาน เช่น การเดิน การวิ่ง เป็นต้น             การที่จะระบุว่าการออกกำลังกายที่ไหนดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ที่ต้องการออกกำลังกายนั่นเอง แต่ไมว่าจะออกกำลังกายที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นที่ฟิตเนสหรือตามสวนสาธารณก็ถือว่าเป็นผลดีต่อร่างกายแน่นอน

    Comments Off on ออกกำลังกายที่ฟิตเนสหรือออกกำลังกายเองดีกว่ากัน